คำแนะนำในการปั่นจักรยานในประเทศญี่ปุ่น

คำแนะนำในการปั่นจักรยานในประเทศญี่ปุ่น


2019.10.04

NAVITIME TRAVEL EDITOR

คำแนะนำในการปั่นจักรยานในประเทศญี่ปุ่น

การท่องเที่ยวทั่วประเทศญี่ปุ่นโดยจักรยานเป็นหนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย ด้วยความขึ้นชื่อเรื่องภูมิประเทศที่มีลักษณะเป็นภูเขา ประเทศญี่ปุ่นจึงมีเส้นทางปั่นจักรยานแบบโลดโผนผ่านภูมิประเทศที่แตกต่างกัน อีกทั้งยังมีถนนที่ปั่นได้สบายซึ่งจะพาคุณผ่านหุบเขาต่างๆ ไม่ว่าคุณจะท่องเที่ยวด้วยงบจำกัด หรือมองหาการเดินทางที่ไม่ซ้ำแบบใคร หรือแค่หลงรักการปั่นจักรยาน การท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่นด้วยจักรยานจะรับประกันความเร้าใจในแบบที่หาที่ไหนไม่ได้

  • 01

    1 - หาจักรยาน

    1 - หาจักรยาน

    1 - หาจักรยาน

    ญี่ปุ่นผลิตจักรยานในรูปแบบเดียวกับงานฝีมือและอาหาร นั่นคือมีทั้งความแม่นยำและมีสไตล์ ยี่ห้อยอดนิยม ได้แก่ Anchor โดยบริดจ์สโตน, มิยาตะ และอารายะ ซึ่งสามารถหาซื้อได้ตามร้านจักรยานทั่วประเทศ สำหรับนักท่องเที่ยวที่มีงบจำกัด จักรยานมือสอง ("จูโกะจิเต็นฉะ) ที่มีคุณภาพดี ราคาประหยัด ก็สามารถหาซื้อได้ง่ายเช่นกัน โดยมีราคาประมาณ 10,000 ถึง 20,000 เยน ร้านมือสองจะตั้งอยู่ทั่วไปตามเมืองต่างๆ ทั้งร้านสุกินามิ คลีน ไซเคิล (Suginami Clean Cycle) ในโตเกียว และร้านฟิกเซอร์ (Fixer) ในฟุกุโอกะ แต่จะหารถจักรยานที่มาพร้อมกับตะแกรงหลังได้ยาก ผู้ที่ต้องการติดกระเป๋ากับรถอาจจะจำเป็นต้องซื้อตะแกรงเพิ่มต่างหากแล้วให้ช่างจักรยานติดตั้งให้ ซึ่งมักเป็นบริการที่ไม่มีค่าใช้จ่าย แต่อาจจำกัดตัวเลือกจักรยานของคุณ

  • 02

    2 - หาซื้อเครื่องมือและอุปกรณ์การปั่น

    2 - หาซื้อเครื่องมือและอุปกรณ์การปั่น

    2 - หาซื้อเครื่องมือและอุปกรณ์การปั่น

    คุณควรออกเดินทางโดยมีเครื่องมือพื้นฐานต่างๆ ติดตัวไปด้วย เพื่อใช้ในกรณีที่รถมีปัญหาแล้วไม่มีร้านจักรยานอยู่ใกล้ๆ ชุดอุปกรณ์ในการซ่อมและที่สูบลมเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องซื้อจากร้านจักรยาน ซึ่งคุณสามารถขอให้ร้านช่วยสอนวิธีดูแลรถ เช่น วิธีปะยางได้ แม้ว่าอุปกรณ์ต่างๆ จะสามารถหาซื้อได้ตามร้านจักรยาน แต่ก็อย่าลืมแวะไปดูที่ร้าน 100 เยน เพื่อซื้ออุปกรณ์อย่างเช่น คีม ประแจหกเหลี่ยม เหล่านี้ติดตัวไว้ด้วย
    เสื้อผ้าสำหรับการปั่นจักรยานส่วนใหญ่นั้นสามารถเลือกซื้อที่ร้านหรือทางอินเทอร์เน็ตก็ได้ และอย่าลืมกางเกงบุนวมกันกระแทก! ส่วนกระเป๋าใส่ของติดรถนั้นมักจะไม่ได้มีมาด้วย คุณอาจจะต้องสั่งกับทางร้านหรือซื้อทางอินเทอร์เน็ต ร้านจักรยานดีๆ ที่ตั้งอยู่ในโตเกียว ได้แก่ ร้านวายส์โร้ด (Y’s Road) และไซเคิลเบสอาซาฮิ (Cycle Base Asahi)

  • 03

    3 - ขับขี่บนท้องถนนอย่างปลอดภัย

    3 - ขับขี่บนท้องถนนอย่างปลอดภัย

    3 - ขับขี่บนท้องถนนอย่างปลอดภัย

    เมื่อคุณเตรียมจักรยานและอุปกรณ์เรียบร้อยแล้ว ก็ได้เวลาออกเดินทาง! แม้ว่าสิ่งสำคัญคือการได้ออกไปสนุก แต่ถนนในต่างประเทศและป้ายจราจรต่างภาษาเป็นสิ่งที่ทำให้คุณต้องตื่นตัวมากขึ้น อย่าลืมสวมหมวกกันน็อก ปั่นชิดซ้าย และสวมชุดที่สังเกตเห็นได้ชัดเจน หนึ่งในข้อดีของการท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่นด้วยจักรยาน คือการที่สามารถปั่นบนทางเท้าได้เกือบทุกๆ ที่ แม้กระทั่งในเมือง มองหาทางเท้าที่กว้างซึ่งมักมีทางจักรยานที่ปลอดภัยสำหรับนักปั่นอยู่ด้วย

  • 04

    4 - เติมพลัง

    4 - เติมพลัง

    4 - เติมพลัง

    หากคุณไม่ได้ต้องการความท้าทายอย่างการอ่านแผนที่เพื่อนำทาง คุณก็คงจะต้องใช้ Google Maps ในการนำทางไปยังสถานที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ซึ่งเราต่างก็ทราบกันดีว่ามันใช้แบตเตอรี่เปลืองมาก แต่ไม่ต้องกังวลไป เพราะคุณมีร้านสะดวกซื้อญี่ปุ่นอยู่ที่นี่แล้ว! 7-Eleven, Lawson และ Family Mart ยังคงมีสาขาเพิ่มขึ้นอีกเรื่อยๆ ทั่วประเทศแม้กระทั่งในชนบท ร้านสะดวกซื้อเหล่านี้จะกลายมาเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของคุณได้ในทันที ซึ่งไม่เพียงแต่จะเหมาะสำหรับการเติมพลังงานให้กับตัวคุณเองด้วยขนมและเครื่องดื่มหวานๆ ที่มีคาเฟอีน แต่ยังมีเต้าเสียบปลั๊กที่ด้านนอกซึ่งสามารถชาร์จโทรศัพท์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ ได้อีกด้วย

  • 05

    5 - ข้อแนะนำพิเศษ

    5 - ข้อแนะนำพิเศษ

    5 - ข้อแนะนำพิเศษ

    ความช่วยเหลือตลอดเส้นทาง: มีร้านจักรยานเป็นจำนวนมากตั้งอยู่ทั่วประเทศญี่ปุ่น ทั้งในเมืองใหญ่และเมืองเล็กๆ ตามต่างจังหวัด ส่วนใหญ่จะมีบริการสูบลม ปะยาง และซ่อมจักรยานให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย แต่อาจมีค่าบริการสำหรับงานซ่อมแซมที่หนัก

    การนำจักรยานขึ้นรถสาธารณะ: จักรยานไม่ได้รับอนุญาตให้นำขึ้นรถไฟ รถบัส หรือรถโดยสาร หากไม่ได้ถอดชิ้นส่วนและบรรจุลงในกระเป๋าจักรยาน และอาจจะมีการเก็บค่าบริการเพิ่มเติมสำหรับกระเป๋าจักรยาน ซึ่งรวมถึงการเดินทางโดยเครื่องบินด้วย

    การวางแผนการเดินทาง: เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย ก็ได้เวลาวางแผนการเดินทางกันแล้ว การไปยังเส้นทางจักรยานยอดนิยมของประเทศจะรับประกันความสวยงาม แต่ในขณะเดียวกันก็มีความท้าทายเช่นกัน เส้นทางชิมานามิไคโด บนเกาะชิโกกุเป็นเส้นทางจักรยานที่มีความยาว 70 กิโลเมตร ผ่านสะพานแขวนต่างๆ ที่เชื่อมเกาะทั้งหกเข้าด้วยกัน, คาบสมุทรโนโตะเป็นที่ตั้งของเส้นทางตูร์เดอโนโตะ (Tour de Noto) ซึ่งเป็นเส้นทางที่มีความยาวถึง 400 กิโลเมตร มีฟากหนึ่งเป็นชายทะเลและอีกฟากหนึ่งเป็นภูเขาที่สวยงาม นอกจากนี้ ยังมีเส้นทางปั่นจักรยานบนเกาะคิวชูซึ่งเป็นเกาะทางใต้ของประเทศญี่ปุ่นอีกหลายเส้นทาง ซึ่งรวมถึง เส้นทางปั่นจักรยานเมเปิลยาบะและทริปจาก อุสะไปยังเบปปุ

    การจะเลือกเส้นทางปั่นจักรยานในประเทศญี่ปุ่นนั้นค่อนข้างยากสักหน่อยเนื่องจากมีสถานที่สวยๆ มากมายให้ได้ค้นพบ แต่ที่แน่ๆ ด้วยความเป็นอิสระของจักรยาน คุณจะได้พบกับสถานที่แบบอันซีนบนเส้นทางที่คุณกำหนดเอง

    เซโตะอิจิ ชิมานามิ ไคโด
    place
    จังหวัดฮิโรชิม่าเมืองโอโนมีจิ-จังหวัดเอฮิเมะเมืองอิมาบาริ
    耶馬溪サイクリングターミナル
    place
    大分県中津市耶馬溪町大字柿坂353
    phone
    0979542655
    no image
    เบปปุออนเซ็น
    rating

    4.0

    รีวิว 121
    place
    จังหวัดโออิตะเมืองเบปปุ
    phone
    0977242828

คลิกที่นี่เพื่อดูบทความสรุปรวมทั้งบทความนี้