วิธีการใช้บัตร Japan Rail Pass

วิธีการใช้บัตร Japan Rail Pass


2019.10.04

NAVITIME TRAVEL EDITOR

วิธีการใช้บัตร Japan Rail Pass

เกาะใหญ่สี่เกาะของหมู่เกาะญี่ปุ่นนั้นมีการเชื่อมโยงไว้เป็นอย่างดีด้วยเส้นทางรถไฟซึ่งแผ่สาขาไกลไปถึงสุดขอบประเทศ ถึงแม้จะมีรถบัสราคาประหยัดไว้บริการ แต่รถไฟกลับเป็นวิธีเดินทางที่รวดเร็วและสะดวกสบายที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณได้ลองสัมผัสความเร็วของรถไฟหัวกระสุนหรือชินคันเซ็นอันเลื่องชื่อของประเทศนี้ในขณะที่วิ่งผ่านภูเขาไฟฟูจิ เราขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวที่วางแผนจะแวะเที่ยวหลายแห่งในญี่ปุ่นใช้บัตร Japan Rail Pass หรือ JAPAN RAIL PASS ซึ่งจะเบิกทางให้คุณสามารถขึ้นลงรถไฟ JR และชินคันเซ็นได้บ่อยตามต้องการเป็นเวลา 1-3 สัปดาห์

  • 01

    ซื้อล่วงหน้า

    JAPAN RAIL PASS นั้นถูกออกแบบมาเพื่อกระตุ้นให้นักเดินทางช่วงวันหยุดสามารถเดินทางไปทั่วญี่ปุ่นได้หลายแห่งที่สุดเท่าที่จะทำได้ บัตรนี้จะมีให้บริการเฉพาะผู้ที่ไม่ได้พำนักในประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น และต้องซื้อก่อนเข้าประเทศญี่ปุ่น อย่าลืมสั่งซื้อบัตรของคุณกับตัวแทนนำเที่ยวหรือซื้อผ่านทางออนไลน์ภายในสามเดือนก่อนช่วงเวลาออกเดินทางที่ตั้งใจไว้ คุณจะได้รับ “ตั๋วชั่วคราว” (Exchange Order) หรือก็คือใบยืนยันการสั่งซื้อของคุณ ซึ่งจะต้องนำมาแลกบัตร JAPAN RAIL PASS เมื่อเดินทางถึงประเทศญี่ปุ่นแล้ว

    คุณสามารถซื้อบัตรพาสได้ที่ Voyagin ซึ่งเป็นบริการจองตั๋วออนไลน์ของญี่ปุ่น

  • 02

    เลือกบัตรพาสที่เหมาะกับคุณ

    เลือกบัตรพาสที่เหมาะกับคุณ

    เลือกบัตรพาสที่เหมาะกับคุณ

    บริษัท Japan Rail มีบริการบัตรหลากหลายประเภทตามระยะเวลาที่คุณพำนักอยู่ในประเทศญี่ปุ่น พื้นที่ที่ตั้งใจจะไปเยี่ยมชม และประเภทของที่นั่ง โดยบัตร JAPAN RAIL PASS มาตรฐานสามารถใช้งานต่อเนื่องได้ดังนี้ ประเภท 7 วัน ราคา ¥29,650 เยน, ประเภท 14 วัน ราคา ¥47,250 เยน และประเภท 21 วัน ราคา ¥60,450 เยน คุณจะต้องจ่ายเพิ่มอีกหนึ่งในสามของราคามาตรฐานสำหรับที่นั่งชั้นหนึ่งในตู้รถพิเศษ หรือ "Green Car" แต่ประโยชน์ที่ได้รับก็คือที่นั่งใหญ่ขึ้น มีที่ให้เหยียดขามากขึ้น พร้อมกันนั้นยังมีทั้งชุดวิทยุ และบริการเสริม เช่น เครื่องดื่มฟรี และผ้าขนหนูร้อนด้วย

    ในขณะที่บัตรมาตรฐานจะช่วยให้คุณใช้บริการรถไฟได้เกือบทั่วประเทศแบบไม่จำกัด แต่ก็ยังมีบัตรเฉพาะท้องที่ซึ่งมีราคาถูกกว่าไว้รองรับผู้ที่ตั้งใจจะไปเที่ยวแค่พื้นที่เดียวด้วย ตัวอย่างเช่น JR Hokkaido Rail Pass ซึ่งเริ่มต้นที่ราคา ¥17,400เยนสำหรับสามวัน

  • 03

    การรับบัตร JAPAN RAIL PASS

    การรับบัตร JAPAN RAIL PASS

    การรับบัตร JAPAN RAIL PASS

    คุณจะยังไม่ได้รับบัตร JAPAN RAIL PASS จนกว่าจะเข้าประเทศญี่ปุ่น อย่าลืมพิมพ์ตั๋วชั่วคราวซึ่งคุณจะได้รับก่อนที่จะมาถึงที่ประเทศญี่ปุ่นและนำติดตัวมาด้วย เนื่องจากเป็นสิ่งที่คุณต้องใช้เพื่อแลกรับบัตร JAPAN RAIL PASS เงาวับที่เคาน์เตอร์ของ JR พร้อมกับพาสปอร์ตของคุณ คุณสามารถไปรับบัตร JAPAN RAIL PASS ได้ตามสถานีต่างๆ ทั้งที่สนามบินสองแห่งและสถานีรถไฟของเมืองใหญ่ๆ เช่น สถานีโตเกียว สถานีชินจูกุ สถานีเกียวโต และสถานีโอซาก้า คุณสามารถรับบัตรเวลาไหนก็ได้ทั้งก่อนหน้าหรือวันเดียวกับการเปิดใช้งาน ฉะนั้นอย่าลังเลที่จะไปรับบัตรทันทีที่ไปถึง

  • 04

    ปักหมุดวันเริ่มต้น

    ปักหมุดวันเริ่มต้น

    ปักหมุดวันเริ่มต้น

    เนื่องจากบัตร JAPAN RAIL PASS ประเภทมาตรฐานมีการกำหนดจำนวนวันใช้งาน จึงไม่ควรเปิดใช้งานจนกว่าจะถึงช่วงที่คุณจะเดินทางอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าคุณจะไม่ต้องเปิดใช้งานในวันที่ได้รับบัตร แต่ก็จะต้องแจ้งวันที่จะเปิดใช้งานไว้ก่อน ฉะนั้นอย่าลืมวางแผนการเดินทางไว้สักหนึ่งช่วงเป็นอย่างน้อย เพื่อจะได้ใช้บัตรได้อย่างคุ้มค่าที่สุด

  • 05

    วางแผนการเดินทางด้วยรถไฟ

    วางแผนการเดินทางด้วยรถไฟ

    วางแผนการเดินทางด้วยรถไฟ

    ถึงแม้ราคาจะค่อนข้างสูง แต่บัตร JAPAN RAIL PASS ก็มอบความยืดหยุ่นในการออกสำรวจญี่ปุ่นได้อย่างจุใจ ผู้ถือบัตรที่เปิดใช้งานแล้วสามารถกระโดดขึ้นรถไฟ JR, รถบัส หรือเรือเฟอร์รี่ได้แทบทุกสาย ยกเว้นรถไฟความเร็วสูงชินคันเซ็นสายโนโซมิและมิซุโฮะ และรถบัสทางไกล (Highway Bus) น้อยครั้งที่รถไฟในญี่ปุ่นจะถูกจองจนเต็ม จึงไม่ค่อยมีความเสี่ยงที่จะไม่มีที่นั่งหากมาขึ้นรถไฟในวันที่เดินทางเลย แต่ถ้าคุณต้องการที่นั่งพิเศษ หรือจะใช้เส้นทางที่เป็นที่นิยม ก็สามารถจองที่นั่งได้ที่สถานี หรือจองเส้นทางพิเศษโดยผ่านช่องทางออนไลน์ เมื่อคุณใช้บัตรจนคุ้นเคยแล้ว คุณก็จะได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่ในการเดินทางไปทั่วประเทศอย่างง่ายดาย

คลิกที่นี่เพื่อดูบทความสรุปรวมทั้งบทความนี้