การนั่งรถไฟชินคันเซ็น - สิ่งที่ควรรู้ การนั่งรถไฟชินคันเซ็น - สิ่งที่ควรรู้

การนั่งรถไฟชินคันเซ็น - สิ่งที่ควรรู้


2019.09.24

NAVITIME TRAVEL EDITOR

การนั่งรถไฟชินคันเซ็น - สิ่งที่ควรรู้

ชินคันเซ็นหรือที่รู้จักกันว่ารถไฟหัวกระสุน เป็นเส้นเลือดใหญ่ของระบบรางของญี่ปุ่น มีเส้นทางวิ่งตั้งแต่เหนือสุดของฮอกไกโดไปจนถึงคิวชูซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ

ในแต่ละวันมีผู้โดยสารใช้บริการชินคันเซ็นเฉลี่ยถึงวันละหนึ่งล้านครั้ง คิดเป็นระยะทางสะสมบนรางกว่า 3,000 กิโลเมตร ชินคันเซ็นวิ่งด้วยความเร็วสูงสุด 320 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และใช้เวลาเดินทางเพียง 2.5 ชั่วโมงจากโตเกียวไปยังโอซาก้าที่ห่างออกไป 550 กิโลเมตร

  • การตกแต่งภายในโดยทั่วไปของรถไฟชินคันเซ็น

    การตกแต่งภายในโดยทั่วไปของรถไฟชินคันเซ็น

    เมื่อก้าวเข้าไปในขบวนรถไฟชินคันเซ็น คุณจะรู้สึกเหมือนอยู่บนเครื่องบินที่กำลังจะเหินฟ้าออกสู่ต่างประเทศ

    ส่วนที่แตกต่างกันหลักๆ ก็คือที่นั่งบนรถไฟชินคันเซ็นจะมีพื้นที่ให้เหยียดขาได้อย่างสบายไม่ว่าคุณจะมีส่วนสูงแค่ไหน ระหว่างที่รถไฟวิ่งทะยานผ่านท้องทุ่งชนบทไปด้วยความเร็ว 320 กม./ชม. คุณจะรู้สึกเหมือนกำลังลอยอยู่เหนือพื้นดิน เพราะรถไฟวิ่งไปอย่างนุ่มนวล มีเพียงเสียงเบาๆ ของเครื่องจักรเท่านั้น

  • 02

    นั่งชินคันเซ็นดีอย่างไร

    แน่นอนว่าเมื่อคุณขึ้นไปอยู่กลางอากาศแล้ว การเดินทางโดยเครื่องบินย่อมเร็วกว่า แต่ยังมีเหตุผลอื่นอีกมากมายที่ชินคันเซ็นควรเป็นตัวเลือกแรกในการเดินทางทั่วญี่ปุ่น

    นั่งชินคันเซ็นดีอย่างไร

    นั่งชินคันเซ็นดีอย่างไร

    เหตุผลข้อแรกคือความสะดวกสบาย สถานีรถไฟชินคันเซ็นมักตั้งอยู่ในทำเลใจกลางเมือง ซึ่งหมายความว่าทันทีที่ก้าวออกจากสถานี คุณสามารถมุ่งหน้าไปสู่จุดหมายปลายทางได้อย่างรวดเร็วและง่ายดายโดยไม่ต้องพึ่งพาระบบขนส่งอื่นๆ อีก

    ข้อดีอย่างหนึ่งของชินคันเซ็นคือความตรงต่อเวลาอย่างน่าเหลือเชื่อ รถไฟชินคันเซ็นสายโทไคโดที่วิ่งฝั่งตะวันออกของประเทศเดินทางปีละกว่า 130,000 เที่ยว แต่กลับมีค่าเฉลี่ยที่รถไฟมาไม่ตรงเวลาเพียงแค่ 24 วินาทีเท่านั้น!

    นั่งชินคันเซ็นดีอย่างไร

    นั่งชินคันเซ็นดีอย่างไร

    เหตุผลข้อที่สองคือการนั่งชินคันเซ็นเป็นวิธีการเดินทางที่คุณจะได้ชื่นชมทัศนียภาพประเทศญี่ปุ่นอย่างสบายอารมณ์

    กระดานแสดงเวลารถไฟขาออก

    กระดานแสดงเวลารถไฟขาออก

  • 03

    สำหรับรถไฟที่วิ่งไปทางตะวันตกบนสายโทไคโด-ซันโย-คิวชู:

    สายโทไคโด-ซันโย-คิวชู

    สายโทไคโด-ซันโย-คิวชู

  • 04

    รถไฟสายโทไคโดจะวิ่งระหว่างโตเกียวและชินโอซาก้า

    รถไฟที่วิ่งเร็วที่สุดโดยหยุดจอดน้อยที่สุดคือขบวนรถโนโซมิและมิซุโฮะ รถไฟด่วนที่จัดว่าวิ่งเร็วมากแต่หยุดจอดบ่อยกว่าคือขบวนรถฮิคาริและซากุระ ส่วนชินคันเซ็นที่จอดทุกสถานีมีชื่อเรียกว่าโคดามะและสึบาเมะ

    รถไฟโนโซมิเป็นขบวนรถที่เร็วที่สุดในบรรดาชินคันเซ็นสายโทไคโด โดยจะวิ่งจากสถานีชินโยโกฮาม่าถึงนาโกย่าโดยไม่หยุดจอดเลย และจะวิ่งถึงปลายทางคือสถานีฮากาตะ (จังหวัดฟุกุโอกะ) ภายในเวลาประมาณ 5 ชั่วโมง ขบวนรถประเภทนี้จะมีรอบออกจากโตเกียวบ่อยที่สุด จึงเป็นที่นิยมที่สุด และมีจำนวนที่นั่งประเภทไม่ระบุที่นั่งน้อยที่สุด ดังนั้นจึงควรจองที่นั่งไว้ตั้งแต่ก่อนขึ้นรถ เพื่อที่จะได้ไม่ต้องเสี่ยงกับการต้องยืนไปตลอดเส้นทาง

    เนื่องจากรถโนโซมิเป็นรถไฟประเภทหลักที่บรรดาพนักงานบริษัทและพนักงานขายใช้ในการเดินทางระหว่างสำนักงานในโตเกียวและโอซาก้า ดังนั้นตั๋ว JR Rail Pass จึงไม่สามารถใช้ขึ้นรถโนโซมิได้ หากคุณต้องการใช้ตั๋ว JR Rail Pass แนะนำให้ใช้บริการรถฮิคาริ ซึ่งเดินทางได้เร็วเกือบจะเท่ากัน แต่มีรอบรถน้อยกว่า

  • 05

    ชินคันเซ็นสายซันโยจะวิ่งระหว่างสถานีชินโอซาก้าและสถานีฮากาตะ (จังหวัดฟุกุโอกะ) และชินคันเซ็นสายคิวชูจะวิ่งระหว่างสถานีฮากาตะ (จังหวัดฟุกุโอกะ) และสถานีคาโกชิมะ-จูโอ

    สายซันโย

    สายซันโย

    ขบวนรถมิซุโฮะเป็นรถที่วิ่งเร็วที่สุดระหว่างสถานีชินโอซาก้าและสถานีฮากาตะ ทั้งยังเชื่อมต่อกับชินคันเซ็นสายคิวชูซึ่งวิ่งไปสุดทางที่สถานีคาโกชิมะ-จูโอ จากชินโอซาก้าถึงฮากาตะใช้เวลาประมาณสองชั่วโมงครึ่ง และใช้เวลาอีกหนึ่งชั่วโมงยี่สิบนาทีจึงวิ่งถึงคาโกชิมะ-จูโอ

    ขบวนรถซากุระเป็นรถที่วิ่งเร็วรองลงมา และวิ่งระหว่างสถานีชินโอซาก้าและคาโกชิมะ-จูโอ

  • 06

    สำหรับรถไฟที่วิ่งไปทางเหนือบนสายโทโฮคุ-โจเอ็ตสึ:

    สายโทโฮคุ-โจเอ็ตสึ

    สายโทโฮคุ-โจเอ็ตสึ

  • 07

    ชินคันเซ็นสายฮอกไกโดและโทโฮคุจะวิ่งจากสถานีโตเกียวไปถึงชินฮาโกดาเตะ-โฮคุโตะในฮอกไกโด

    ขบวนรถที่วิ่งขึ้นเหนือด้วยรถไฟฮายาบุสะจะมีสถานีที่หยุดจอดแน่นอนเพียง 6 สถานีเท่านั้นตลอดเส้นทางระหว่างสถานีโตเกียวและฮอกไกโด โดยขบวนรถส่วนมากจะไม่จอดแม้สถานีใหญ่ๆ อย่างอุเอโนะ โดยใช้เวลาประมาณสี่ชั่วโมงครึ่งจากสถานีโตเกียวถึงสถานีชินฮาโกดาเตะ-โฮคุโตะ

    ขบวนรถฮายาบุสะมีเฉพาะที่นั่งประเภทระบุที่นั่งเท่านั้น ซึ่งหมายความว่าหากที่นั่งเต็มแล้วจะไม่สามารถซื้อตั๋วรถได้

  • 08

    ชินคันเซ็นสายโฮคุริคุจะให้บริการระหว่างโตเกียวและคานาซาวะ

    สายโฮคุริคุ

    สายโฮคุริคุ

    ชินคันเซ็นสายโฮคุริคุมีรถที่ให้บริการทั้งหมดสี่ประเภท แต่หากคุณมีแผนที่จะเดินทางตรงไปยังคานาซาวะ ให้ใช้บริการขบวนรถคากายากิจะดีที่สุด

    คากายากิเป็นรถที่วิ่งเร็วที่สุด เนื่องจากจอดเพียงสถานีหลักๆ 6 สถานีเท่านั้น (โตเกียว, อุเอโนะ, โอมิยะ, นากาโนะ, โทยามะ และคานาซาวะ) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่งถึงคานาซาวะ แต่ขบวนรถนี้ไม่มีตู้รถไฟแบบไม่ระบุที่นั่ง ดังนั้นแม้จะใช้ตั๋ว JR Rail Pass ก็ต้องจองที่นั่งล่วงหน้า

  • 09

    ชินคันเซ็นสายโจเอ็ตสึจะให้บริการระหว่างโตเกียวและนีงาตะ

    สายโจเอ็ตสึ

    สายโจเอ็ตสึ

    ขบวนรถโทกิจะวิ่งยาวไปถึงนีงาตะโดยไม่จอดที่บางสถานี ทำให้เดินทางได้เร็วขึ้น ส่วนรถทานิกาวะวิ่งไปถึงแค่เอจิโกะ-ยูซาวะ (หรือกาล่า-ยูซาวะ ในฤดูหนาว) แต่รถจะจอดทุกสถานีตลอดเส้นทาง

  • 10

    ประเภทที่นั่งบนรถไฟชินคันเซ็น

    การตกแต่งภายในตู้รถไฟ - หมายเลขตู้รถไฟและหน้าจอแสดงข้อมูล

    การตกแต่งภายในตู้รถไฟ - หมายเลขตู้รถไฟและหน้าจอแสดงข้อมูล

    ที่นั่งบนรถไฟชินคันเซ็นแบ่งอย่างคร่าวๆ ได้สามประเภท แต่ยังมีประเภทพิเศษอื่นๆ อีกตามแต่สายรถไฟหรือขบวนรถ

    ตั๋วประเภทที่พบบ่อยที่สุดคือตั๋วแบบระบุที่นั่ง ที่นั่งบนรถไฟชินคันเซ็นส่วนมากที่วิ่งทั่วญี่ปุ่นจะอยู่ในตู้ที่ต้องจองที่นั่งล่วงหน้า หากต้องการขึ้นขบวนรถแบบนี้จำเป็นต้องจองที่นั่งล่วงหน้า แม้จะใช้ตั๋ว JR Rail Pass ก็ตาม

    ตั๋วประเภทที่พบบ่อยรองลงมาคือประเภทไม่ระบุที่นั่ง โดยปกติรถไฟชินคันเซ็นจะมีตู้ที่ไม่ต้องจองที่นั่งล่วงหน้าประมาณสามถึงหกตู้ ซึ่งหมายความว่าไม่จำเป็นต้องจองที่นั่งก็สามารถขึ้นตู้นี้ได้ หากคุณใช้ตั๋ว JR Rail Pass ก็สามารถขึ้นรถได้เลย อย่างไรก็ตามเป็นการยากที่จะคาดเดาว่าที่นั่งจะเต็มหรือไม่ หรือเมื่อไรจะเต็ม เพราะบางทีขบวนรถก็แน่นมาก แต่บางทีก็โล่งมากเช่นกัน ดังนั้นหากเป็นไปได้ การจองที่นั่งล่วงหน้าย่อมปลอดภัยกว่า

    ตั๋วประเภทที่สามคือตั๋วบนตู้รถพิเศษ หรือที่เรียกว่า "Green Car" ตู้รถประเภทนี้เทียบได้กับตู้รถไฟชั้นหนึ่ง หรือที่นั่งชั้นธุรกิจบนเครื่องบิน โดยที่นั่งจะกว้างขวางกว่า และตู้รถมักจะเงียบกว่า แต่ราคาตั๋วประเภทนี้เมื่อเทียบกับตั๋วระบุที่นั่งธรรมดากลับไม่ได้แพงกว่ากันมากอย่างที่คิด

    คุณสามารถซื้อตั๋ว JR Rail Pass แบบสำหรับตู้ Green Car ได้ ซึ่งจะทำให้คุณสามารถใช้บริการตู้รถพิเศษนี้ได้ทั่วประเทศ หากคุณเดินทางมากับผู้สูงอายุ หรือคนที่รูปร่างสูงใหญ่ การนั่งในตู้ Green Car จะสะดวกสบายด้วยพื้นที่กว้างขวาง และบรรยากาศเงียบสงบไม่พลุกพล่าน

    ที่นั่งประเภท "แกรนคลาส (Gran Class)" มีในขบวนรถไฟชินคันเซ็นซีรีส์ E7 และ W7 ที่วิ่งจากโตเกียวขึ้นเหนือบนสายโทโฮคุ ฮอกไกโด โฮคุริคุ และสายโจเอ็ตสึในบางเส้นทาง ที่นั่งประเภทนี้เทียบได้กับที่นั่งชั้นหนึ่งบนเครื่องบินในเที่ยวบินระหว่างประเทศ โดยจะมีบริการอาหาร และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และราคาตั๋วก็แพงกว่าตั๋วประเภทระบุที่นั่งธรรมดาอยู่มากทีเดียว

    สำนักงานจำหน่ายตั๋วของรถไฟ JR

    สำนักงานจำหน่ายตั๋วของรถไฟ JR

  • 11

    วิธีการจองที่นั่ง (เมื่อคุณอยู่ในญี่ปุ่น)

    คุณสามารถจองที่นั่งบนชินคันเซ็นได้โดยไปที่สำนักงานจำหน่ายตั๋วของรถไฟ JR (ในภาษาญี่ปุ่นมักเรียกกันว่า มิโดริโนะมาโดกุจิ แปลว่าหน้าต่างสีเขียว) จุดออกตั๋วนี้มักตั้งอยู่ในสถานีรถไฟหลักๆ ของ JR ทั่วประเทศ และหาพบได้ไม่ยาก ด้วยป้ายต่างๆ ที่เป็นสีเขียวทั้งหมด

    เมื่อไปถึงแล้วสามารถเข้าคิวเพื่อจองที่นั่งกับพนักงาน หรือใช้ตู้จำหน่ายตั๋วอัตโนมัติจองที่นั่งก็ได้

    เครื่องจำหน่ายตั๋วอัตโนมัติ

    หน้าจอของเครื่องจำหน่ายตั๋วอัตโนมัติ

    หากคุณมีตั๋ว JR Rail Pass ที่ใช้งานได้ และอยากนั่งในตู้รถแบบไม่ระบุที่นั่ง ก็ไม่จำเป็นต้องไปที่สำนักงานจำหน่ายตั๋ว แต่สามารถขึ้นรถได้เลย

    หากต้องการนั่งในที่นั่งแบบระบุที่นั่ง คุณจำเป็นต้องไปจองที่นั่งที่สำนักงานจำหน่ายตั๋วก่อน โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

    หากคุณมีตั๋ว JR Rail Pass แบบธรรมดา แต่อยากนั่งตู้ Green Car หรือ Gran Class จำเป็นต้องชำระเงินส่วนต่างเพิ่มเติม

    มิโดริโนะมาโดกุจิ (หน้าต่างสีเขียว) - สำนักงานจำหน่ายตั๋ว

    มิโดริโนะมาโดกุจิ (หน้าต่างสีเขียว) - สำนักงานจำหน่ายตั๋ว

    เนื่องจากญี่ปุ่นมีขบวนรถไฟชินคันเซ็นวิ่งทั่วประเทศเป็นจำนวนมาก ดังนั้นคุณจึงสามารถจองที่นั่งในวันเดียวกับที่จะเดินทางได้เลย

คลิกที่นี่เพื่อดูบทความสรุปรวมทั้งบทความนี้